รู้ทันสารเฮกเซน(Hexane)

รายละเอียด
     ในทางการวิเคราะห์ทางวิทยาศาสตร์หากต้องการแยกสารหลายๆชนิดที่ผสมกัน อยู่ออกจากกันนั้นทำได้หลายวิธีขึ้นอยู่กับคุณสมบัติของสาร หากต้องการแยกต้องการแยกสารอินทรีย์ออกจากสารผสมมักจะใช้วิธีการสกัด (Extraction) ซึ่งจะใช้ตัวทำละลายที่เหมาะสม ซึ่งจะต้องละลายสารอินทรีย์ที่ต้องการสกัดได้ดี ไม่รวมเป็นเนื้อเดียวกับสารละลายของของผสมและไม่ควรละลายสิ่งเจือปนหรือสาร ที่ไม่ต้องการ ตัวทำละลายชนิดหนึ่งที่นิยมใช้ คือ เฮกเซน (Hexane) เฮกเซนถือว่าเป็นตัวทำละลายที่อยู่ในผลิตภัณฑ์ใกล้ตัวหลายๆชนิด เช่น ใช้ผสมสีหรือกาวในงานเฟอร์นิเจอร์ งานพ่นหรืองานทาสี งานทากาวรองเท้า สำหรับโรงงานที่ใช้เฮกเซนได้แก่โรงงานอุตสาหกรรมน้ำมันพืช และผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียม
เฮกเซนเป็นของเหลวใสไม่มีสี ระเหยง่าย มีกลิ่นเฉพาะตัว และเป็นสารไวไฟ ส่วนมากจะเข้าสู่ร่างกายโดยการหายใจเอาไอระเหย แล้วถูกดูดซึมเข้ากระแสเลือด หรือเข้าสู่กระแสเลือดจากการสัมผัสทางผิวหนัง อาการเฉพาะที่ได้แก่ ผิวหนังบวมแดง อาจมีตุ่มใส หากสัมผัสสารที่เข้มข้นจะเกิดอาการแบบเฉียบพลัน คือ ปวดศีรษะ คลื่นไส้ อาเจียน ความรุนแรงของอาการขึ้นอยู่กับระดับความเข้มข้นของไอระเหยในอากาศ ซึ่งไม่ควรเกิน 1000 ส่วนในล้านส่วน ถ้าเข้าตาทำให้กระจกตาขุ่นและระคายเคือง ถ้าได้รับความเข้มข้นต่ำต่อเนื่องนานกว่า 1 เดือน จะเริ่มมีอาการเบื่ออาหาร น้ำหนักตัวลด ชาที่ปลายเท้าปลายนิ้ว ปวดกล้ามเนื้อคล้ายเป็นตะคริว กล้ามเนื้อจะอ่อนแรงลีบถึงขั้นชาแขนเป็นอัมพฤกษ์อัมพาต อาการเหล่านี้ถ้ายังไม่ถึงขั้นรุนแรง จะทุเลาได้เมื่อหยุดสัมผัส และอาจกลับมาเป็นปกติได้หลังจากหยุดสัมผัสประมาณ 10 เดือน หากได้รับในระยะยาวอาจมีความเสี่ยงต่อการเกิดภาวะเจริญพันธุ์บกพร่องได้ นอกจากนั้นเฮกเซนยังเป็นพิษต่อสิ่งมีชีวิตในน้ำและอาจก่อให้เกิดผลเสียระยะ ยาวต่อสภาวะแวดล้อมในน้ำอีกด้วย
            ถึงแม้ว่าเฮกเซนจะสารเคมีที่มีอันตรายสูงแต่ก็เป็นสารเคมีที่มีคุณ ประโยชน์สูงเช่นกัน เมื่อเป็นอย่างนั้นเรามาเรียนรู้ถึงการจัดการและการป้องกันตัวจากอันตรายของเฮกเซนกันเถอะ

การเก็บรักษา/สถานที่เก็บ/เคลื่อนย้าย/ขนส่ง

                - เก็บในภาชนะบรรจุที่มีฝาปิด
                                - เก็บในพื้นที่หรือตู้สำหรับเก็บสารไวไฟ
                                - เก็บห่างจากแหล่งความร้อน ประกายไฟ เปลวไฟ
                                - มีการระบายอากาศอย่างเพียงพอ
                                - มีการต่อสารเชื่อม (BOND) และต่อสายดินของถังบรรจุเมื่อทำการถ่ายเทของสาร
                                - ชื่อสำหรับการขนส่ง : HEXANE
                                - รหัส UN : 1208
                                - ประเภทการบรรจุหีบห่อ : กลุ่ม III (สินค้าที่มีอันตรายน้อย มาตรฐานของภาชนะบรรจุ แข็งแรงปานกลาง เครื่องหมาย X, Y หรือ Z)

หากเกิดการรั่วไหล

                - อพยพคนออกจากบริเวณ และปิดแหล่งกำเนิดประกายไฟทุกแหล่งในบริเวณ
และใช้เครื่องมือที่ไม่ก่อให้เกิดประกายไฟ
                                - ให้หยุดการรั่วไหลถ้าสามารถกระทำได้โดยปราศจากความเสี่ยงอันตราย
                                - ใช้ทรายหรือสารดูดซับที่ไม่ติดไฟ เช่น ปูนขาวแห้ง, ทราย, หรือโซดาแอช  และเก็บใส่ในภาชนะบรรจุโดยใช้เครื่องมือที่ไม่ก่อให้เกิดประกายไฟและเคลื่อนย้ายออกสู่ที่โล่งเพื่อนำไปกำจัด
                - ระบายอากาศในบริเวณนั้นและใช้น้ำฉีดเป็นละอองเพื่อลดไอของสารแล้วฉีดน้ำล้างบริเวณที่หกรั่วไหล
                                - ป้องกันการปนเปื้อนสารไม่ให้ไหลลงสู่ท่อระบายน้ำหรือลำน้ำ
                                - ผู้เข้าไปในพื้นที่เกิดเหตุให้สวมใส่อุปกรณ์ช่วยหายใจชนิดมีถังอากาศในตัว (SCBA) และชุดป้องกันแบบคลุมทั้งตัว รองเท้าบูท และถุงมือยางแบบหนา
                                - วิธีการกำจัด : กำจัดตามวิธีของหน่วยงานราชการ และกฎระเบียบสิ่งแวดล้อมประจำท้องถิ่น EPA

                ข้อแนะนำการเลือกใช้อุปกรณ์ป้องกันอันตรายส่วนบุคคล(PPD/PPE) :

                                - แนะนำให้ใช้ถุงมือที่ทำมาจากวัสดุประเภท Nitrile (Touch N tuff 4 mil) Laminated film และควรหลีกเลี่ยง Polyvinyl Chloride , Natural Rubber, Neoprene/Natural Rubber Blend
                                - สารที่ช่วงความเข้มข้นไม่เกิน 500 ppm : ให้ใช้อุปกรณ์ส่งอากาศสำหรับการหายใจ (Supplied - air respirator) โดยแนะนำให้ใช้อุปกรณ์ที่มีค่า APF. = 10
                                - สารที่ช่วงความเข้มข้นไม่เกิน 1000 ppm : ให้ใช้อุปกรณ์ช่วยหายใจประเภทที่ใช้การส่งอากาศสำหรับการหายใจ ซึ่งมีอัตราการไหลของอากาศแบบต่อเนื่อง โดยแนะนำให้ใช้อุปกรณ์ที่มีค่า APF. = 25 หรือให้ใช้อุปกรณ์ช่วยหายใจชนิดที่มีถังอากาศในตัว (SCBA) พร้อมหน้ากากแบบเต็มหน้า โดยแนะนำให้ใช้อุปกรณ์ที่มีค่า APF. = 50 หรือให้ใช้อุปกรณ์ส่งอากาศสำหรับการหายใจ (Supplied - air respirator) พร้อมหน้ากากแบบเต็มหน้า โดยแนะนำให้ใช้อุปกรณ์ที่มีค่า APF. = 50
                                - ในกรณีที่เกิดเหตุฉุกเฉิน หรือการเข้าไปสัมผัสกับสารที่ไม่ทราบช่วงความเข้มข้น หรือการเข้าไปในบริเวณที่มีสภาวะอากาศที่เป็น IDLH : ให้ใช้อุปกรณ์ช่วยหายใจชนิดที่มีถังอากาศในตัว (SCBA) พร้อมหน้ากากแบบเต็มหน้า ซึ่งมีการทำงานแบบความดันภายในเป็นบวก ( pressure-demand / positive pressure mode) โดยแนะนำให้ใช้อุปกรณ์ที่มีค่า APF. = 10,000 หรือให้ใช้อุปกรณ์ส่งอากาศสำหรับการหายใจ (Supplied - air respirator) พร้อมหน้ากากแบบเต็มหน้า ซึ่งมีการทำงานแบบความดันภายในเป็นบวก ( pressure-demand / positive pressure mode) หรือแบบที่ใช้การทำงานร่วมกันระหว่างอุปกรณ์ช่วยหายใจชนิดมีถังอากาศในตัว และแบบความดันภายในเป็นบวก (combination with an auxiliary self-contained positive-pressure breathing apparatus) โดยแนะนำให้ใช้อุปกรณ์ที่มีค่า APF. = 10,000
                - ในกรณีการหลบหนีออกจากสถานการณ์ฉุกเฉิน : ให้ใช้อุปกรณ์ทำให้อากาศบริสุทธิ์ (Air - purifying respirator) พร้อมหน้ากากแบบเต็มหน้า (gas mask) ซึ่งมี Canister ที่สามารถป้องกันไอระเหยของสารอินทรีย์ ฝุ่น ละอองไอ และฟูม ให้ใช้อุปกรณ์ที่เหมาะสมสำหรับในกรณีการหลบหนีออกจากสถานการณ์ฉุกเฉินพร้อม อุปกรณ์ช่วยหายใจชนิดมีถังอากาศในตัว (SCBA) โดยแนะนำให้ใช้อุปกรณ์ที่มีค่า APF. = 50

 การปฐมพยาบาล

                - หากสูดดม : ให้รีบ เคลื่อนย้ายผู้ป่วยไปยังที่ที่มีอากาศบริสุทธิ์ถ่ายเท ถ้าผู้ป่วยไม่หายใจให้รีบผายปอด ถ้าหายใจลำบากให้ให้ออกซิเจน และรีบนำส่งแพทย์ทันที
                - หากสัมผัสโดนสาร : ให้ล้างผิวหนังทันทีด้วยสบู่และน้ำปริมาณมาก อย่างน้อย 15 นาที
                - หากเข้าตา : ให้ล้างตาด้วยน้ำสะอาดปริมาณมาก เป็นเวลาอย่างน้อย 15 นาที
                - หากกลืนกิน : ถ้าผู้ป่วยมีสติอย่ากระตุ้นให้ผู้ป่วยอาเจียน ให้ผู้ป่วยดื่มน้ำหรือนมปริมาณมาก ๆ ทันที และนำส่งไปพบแพทย์ทันที
 
จุไรรัตน์ มหาเทียน
นักวิชาการสิ่งแวดล้อม
สำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่ 6 นนทบุรี
   
© Top Life Network